เคล็ดลับการฟังขั้นสุดยอด - เทคนิคการฟังในระดับขั้นสูง

เคล็ดลับการฟังขั้นสุดยอด - เทคนิคการฟังในระดับขั้นสูง

Shared Knowledges Create On : 5/11/2021 11:57:32 AM 38 Views

บทที่ 6  เคล็ดลับการฟังขั้นสุดยอด


เคล็ดลับการฟังขั้นสุดยอด


เพื่อช่วยให้เข้าใจและจดจำคำพูดคนอื่นได้ดียิ่งขึ้น มี 4 ข้อด้วยกันคือ H E A R (HEAR)


        - H   Have a hearing check up (ตรวจหู)

        - E   Evaluate the evidence (ประเมินข้อเท็จจริง)

        - A   Anticipate key points (เดาประเด็นสำคัญ)

        - R   Review mentally (ทบทวนในใจ)


ตรวจหู (Have a hearing check up)


        หูเป็นอวัยวะล้ำค่าเกินกว่าจะถูกปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม จึงควรให้แพทย์ตรวจสมรรถนะการได้ยินเพื่อให้แน่ใจว่ายังใช้การได้ในเกณฑ์ปกติ เราอาจสังเกตอาการที่อาจเกิดจากความผิดปกติของหูได้จากคนที่ให้คนอื่นพูดทวนใหม่อยู่บ่อยๆ หรือคนที่พูดเหมือนตะโกนตลอดเวลาแม้เวลาพูดคุยกับคนอื่นแบบตัวต่อตัว



ประเมินข้อเท็จจริง (Evaluate the evidence)


        เป็นหลักเกณฑ์เดียวกับที่ศาลสถิตยุติธรรมยึดถือปฎิบัติในการพิจารณาทุกคดีความ ข้อเท็จจริงต่างๆที่ผู้พูดยกมาประกอบประเด็นการพูดหนึ่งๆมีหลายลักษณะรูปแบบด้วยกัน เช่น ข้อมูลสถิติ การอุปมาอุปมัย ภาพแสดง (รูปถ่าย แผนที่ ผัง กราฟ สไลด์) การสาธิต และการยกตัวอย่างเปรียบเทียบ


        มีคำกล่าวของชาวโรมันอยู่ประโยคหนึ่งว่า "คำพูดที่ปราศจากตัวอย่างชี้ชัด เป็นสิ่งเลื่อนลอยซึ่งเชื่อถือไม่ค่อยได้" ดังนั้น เมื่อได้ยินได้ฟังอะไรมาให้ถามตัวเองว่า "คำพูดนั้นเป็นความจริงหรือแค่ความเห็น(หรือการสันนิษฐานส่วนตัว)" "ประเด็นของผู้พูดคืออะไร" "ผู้พูดพยายามจะพิสูจน์ให้เห็นอะไร" "สิ่งที่พูดสมารถพิสูจน์ได้หรือเป็นสิ่งที่ยังไม่มีความแน่ชัด" เป็นต้น


        แนวทางประเมินข้อเท็จจริง


            - สังเกตสีหน้า ท่าทางและการแสดงออกของผู้พูดไปด้วย เพื่อทราบสารที่ไม่อยู่ในคำพูดแต่สื่อออกมาในรูปภาษากาย


            - ให้แน่ใจว่า คำแต่ละคำที่ที่พูดและฟังกันนั้น มีความหมายเดียวกัน เพราะ คำหนึ่งๆ อาจมีหลายความหมาย นอกจากนี้ ยังมีคำเชิงนามธรรมที่พูดกันบ่อยแต่ไม่เคยศึกษานิยามคำอย่างจริงจังเป็นกิจจะลักษณะ เพียงแต่อาศัยความเข้าใจกันเอาเอง คนเราจึงอาจมีความเข้าใจต่อคำหนึ่งหรือมี "นิยามของคำ" ต่อคำหนึ่งแตกต่างกันได้ (เรื่อง "นิยามของคำ" ผมอธิบายเพิ่มเติมจากหนังสือ กระทู้ต่อไปผมจะเอาหนังสือที่พูดเกี่ยวกับ การหาความจริงจากถ้อยคำมาเล่าครับ)


            - ข้อเท็จจริงอาจบอกความจริงไม่ครบถ้วน (ใช้กันมากในการโน้มน้าวใจคน เช่น การขายสินค้า การโฆษณา การเมือง) ตัวอย่างที่ดีของข้อนี้คือนิทานของพระพุทธเจ้าเรื่อง "ตาบอดคลำช้าง" เช่น คนตาบอดที่คลำถูกหูช้างบอกว่า ช้างมีรูปร่างเหมือนพัด แต่คนตาบอดที่คลำโดนส่วนอื่นของช้างจะบอกต่างออกไป


            - การอ้างข้อเท็จจริงมักจะทำเพื่อยืนยันคำพูดหรือคำอ้างหรือข้อสรุป จึงต้องประเมินว่า ข้อเท็จจริงที่ยกมาประกอบนั้น เป็นของจริง หรือว่า มั่วนิ่ม เช่นมีการอ้างถึง "ผลวิจัยเมื่อเร็วๆนี้" อาจสอบถามว่า การวิจัยอะไร? ใครทำ? จะหาอ่านงานวิจัยนั้นได้ที่ไหน? อยู่ในหนังสือหรือนิตยสารเล่มไหน เป็นต้น หรือข้อมูลประเภท "ฟังเขาเล่ามาว่า..." ถือว่าใช้ยืนยันอะไรไม่ได้


 ** ใช้หลักจิตวิทยาการสื่อสาร โดยนึกถึงเกมพรายกระซิบ ที่ให้กระซิบข้อความหนึ่งเป็นทอดๆไปเรื่อยๆ ข้อความที่กระซิบจะผิดเพี้ยนไปเรื่อยๆโดยไม่ตั้งใจ. ในการอ่านหรือฟังเรื่องราวหนึ่งมาแล้วถ่ายทอดสู่คนอื่น อาจมีความผิดเพี้ยนตามหลักการนี้ได้เช่นกัน



เดาประเด็นสำคัญ (Anticipate key points)


        เดาใจว่าผู้พูดกำลังชักพาให้ไปพบกับอะไรและต้องการชี้แนะประเด็นอะไรให้ทราบ ซึ่งไม่ว่าจะเดาถูกหรือเดาผิด การเดาเรื่องล่วงหน้าจะกระตุ้นให้เราเพิ่มสมาธิจดจ่อการฟังว่าจะเป็นไปตามที่คาดเดาไหม และช่วยให้การฟังมีอรรถรสสนุกสนานเพลิดเพลินไปในตัว การเดาถูกแสดงว่าเข้าใจในสิ่งที่ฟังอย่างดี แต่ถ้าเดาผิดก็ถือเป็นการลับสมอง ได้เรียนรู้บางอย่างเพิ่มขึ้นจากการละเล่นในใจเล็กๆน้อยๆอันนี้


อย่าลืมว่า คนพูดปกติ 100-125 ต่อนาที (นักพูดที่ชำนาญพูดได้ 200 คำต่อนาที) ส่วนคนฟังฟังได้ 400-800 คำต่อนาที คนฟังจึงมีช่องว่างเวลาในการใช้สมองคิดไปด้วย



ทบทวนในใจ (Review mentally)


        คิดทบทวนสิ่งที่คนอื่นพูดและสรุปความสิ่งที่ได้ยินในใจ ถือเป็นเคล็ดที่สำคัญยิ่งยวดเพราะจะเพิ่มขีดความสามารถในการฟังให้สูงขึ้นอีก 100% แนวทางปฎิบัติฝึกฝนที่แสนง่ายก็คือ ถ้าเป็นการพูดที่ยาวให้คิดทบทวนในใจตามไปด้วยทุก 2-3 นาที ถ้าเป็นการพูดที่สั้นเช่น พูดสนทนา ให้คิดทบทวนเนื้อหาในใจอย่างรวบรัดสัก 2 หรือ 3 เที่ยว เพื่อช่วยให้จดจำแก่นสารของการสื่อความได้แม่นยิ่งขึ้น


         เคล็ดข้อนี้เพื่อให้ "จดจำ" สิ่งที่ฟังได้ดีขึ้น ทำให้การฟังนั้นไม่สูญเปล่า ไม่ใช่ว่าฟังจบก็ลืมหมด  นอกจากนี้ การทบทวนยังเป็นการป้องกันตัวเองไม่ให้จำผิดๆหรือเข้าใจผิด อันทำให้เกิดสภาพ "ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด" ประโยชน์ของข้อนี้จะเห็นชัดเมื่อต้องสนทนาตอบในสิ่งที่คนอื่นเพิ่งพูดไป คำสนทนาตอบของเราจะบ่งชี้ว่า เราเป็นนักฟังที่ดีหรือแย่


การคิดตามไปด้วยขณะฟัง เป็นหัวใจของของการฟังที่ชำนาญ เพราะทำให้สรุปประเด็นของสิ่งที่ฟังได้โดยง่าย คำถามที่ช่วยในการนี้ก็เช่น "ประเด็น (หรือปัญหา) ของเรื่องนี้คืออะไร" "ผู้พูดต้องการให้ฉันทำอะไร" เป็นต้น


บทที่ 1  การฟังทะลุกึ๋น-ฟังอย่างไรให้เข้าใจถึงสิ่งที่เค้าต้องการจะบอกได้อย่างเข้าใจถ่องแท้

บทที่ 2 (รู้จัก) ผู้ฟังที่ดี - การเป็นผู้ฟังที่ดีและรู้จักการฟังอย่างถูกต้อง

บทที่ 3 เทคนิคการฟังให้เก่งเป็น 2 เท่า - รู้จักเทคนิคการฟังจับประเด็นถึงสิ่งที่ผู้พูดต้องการจะบอก

บทที่ 4 อุปสรรคการฟัง - ปัญหาของการฟังที่ทำให้เราไม่ฟังแล้วไม่เข้าใจ

บทที่ 5 หลักการฟังขั้นพื้นฐาน - ทำความเข้าใจแนวทางการฟังให้เกิดผล

บทที่ 6 เคล็ดลับการฟังขั้นสุดยอด - เทคนิคการฟังในระดับขั้นสูง

บทที่ 7 ญาณหยั่งรู้ใจคน - ด้วยภาษาที่สื่ออกมาโดยธรรมชาติของมนุษย์

บทที่ 8 ฟังแล้วดีเอง - เทคนิคการฟังตัดสินกันที่ทัศนคติ

บทที่ 9 การฟังภาคปฎิบัติ - นำเอาความรู้ที่ได้มารวบรวมไปปฎิบัติเพื่อการฟังที่รับรู้และเข้าใจ





Share on Facebook

CONTRACT BLOGGER


รายการแนะนำ

พร้อมส่ง

USD 3.825/ชิ้น

กดเลิฟ
USD 4.50 ลด  15.00%
คิดค่าจัดส่งตามน้ำหนัก
 3 วิว
Pre-Order

THB 520.00/คู่

กดเลิฟ
จัดส่งฟรี (ลงทะเบียน)
 382 วิว
พร้อมส่ง

THB 630.00/ชุด

กดเลิฟ
จัดส่งฟรี (ลงทะเบียน)
 131 วิว
พร้อมส่ง

USD 6.00/ชิ้น

กดเลิฟ
คิดค่าจัดส่งตามน้ำหนัก
 8 วิว

THB 725.00/ชิ้น

กดเลิฟ
จัดส่งฟรี (ลงทะเบียน)
 226 วิว

THB 100.00/คู่

กดเลิฟ
จัดส่งฟรี (ลงทะเบียน)
 538 วิว

USD 6.00/ชิ้น

กดเลิฟ
คิดค่าจัดส่งตามน้ำหนัก
 13 วิว

THB 350.00/ชิ้น

กดเลิฟ
จัดส่งฟรี (ลงทะเบียน)
 73 วิว

Register


Login